เจ้าของธุรกิจต้องรู้ กฎหมายแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS)
สรุปพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ (DPS) ใครต้องจดแจ้ง ใครไม่ต้อง และผู้ขายของออนไลน์ควรเตรียมตัวอย่างไร

สารบัญ (7 หัวข้อ)
ฟังทางนี้! กฎหมายใหม่ที่ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องรู้ พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือที่เรียกกันว่ากฎหมาย DPS (Digital Platform Services) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2566 บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญให้เข้าใจง่าย
สรุปสั้นๆ
ผู้ที่ต้องจดแจ้งคือ เจ้าของแพลตฟอร์ม ที่เป็นตัวกลางให้ผู้ซื้อผู้ขายมาเจอกัน ส่วนแม่ค้าออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ทั่วไป ไม่ต้องจดแจ้ง แต่ควรรู้เพราะกติกาของแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่อาจเปลี่ยนตาม
01กฎหมาย DPS คืออะไร
พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีมาตรฐาน โปร่งใส และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มทั้งในและนอกประเทศที่ให้บริการกับผู้ใช้ในไทยต้องแจ้งข้อมูลต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
พูดง่ายๆ คือ กฎหมายนี้เน้นดูแลเจ้าของแพลตฟอร์ม ให้มีข้อมูลที่ติดต่อได้ มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียน และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานออนไลน์
02ใครต้องจดแจ้ง
- แพลตฟอร์มตัวกลาง ที่เป็นพื้นที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน มีการลงทะเบียนผู้ใช้งาน
- ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียและ E-Marketplace เช่น Facebook, TikTok, YouTube, Google, Shopee, Lazada
- เว็บไซต์หรือแอปซื้อขาย เช่น แพลตฟอร์มซื้อขายบ้าน รถยนต์ หรือสินค้ามือสอง ที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย
เกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าเป็นแพลตฟอร์มขนาดที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด ได้แก่ มีผู้ใช้งานเกิน 5,000 คนต่อเดือน หรือมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด คือ นิติบุคคลรายได้เกิน 50 ล้านบาทต่อปี และบุคคลธรรมดารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
03ใครไม่ต้องจดแจ้ง
ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ประกอบการที่ขายของออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียหรือร้านค้าบน Marketplace ไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องจดแจ้ง เพราะเป็นผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม หน้าที่เป็นของเจ้าของแพลตฟอร์มที่ต้องตั้งผู้ประสานงานในไทย และมีช่องทางรับเรื่องร้องเรียน
แม่ค้าออนไลน์ไม่ต้องจดแจ้ง DPS แต่ต้องปฏิบัติตามกติกาของแพลตฟอร์มที่ใช้ขายของ ซึ่งอาจเข้มงวดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย
04แพลตฟอร์มรายย่อยต้องทำอะไร
แพลตฟอร์มรายย่อย คือกรณีบุคคลธรรมดารายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท นิติบุคคลรายได้ต่ำกว่า 50 ล้านบาท หรือมีผู้ใช้บริการต่ำกว่า 5,000 คนต่อเดือน ไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจและการควบคุมดูแลในหมวด 2 แต่ยังต้องแจ้งข้อมูลโดยย่อต่อ ETDA ได้แก่
- 1ข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจ
- 2ข้อมูลบริการแพลตฟอร์ม เช่น ชื่อบริการ ประเภทบริการ และช่องทางการให้บริการ
- 3ข้อมูลผู้ประสานงานในไทย กรณีผู้ประกอบธุรกิจอยู่นอกประเทศ
- 4ข้อมูลรายปี เช่น มูลค่าธุรกรรม รายได้ และจำนวนผู้ใช้บริการ
05กรณีเลิกประกอบธุรกิจ
หากเลิกให้บริการแพลตฟอร์ม ต้องแจ้งต่อ ETDA ล่วงหน้า แพลตฟอร์มทั่วไปต้องแจ้งไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนวันที่คาดว่าจะเลิกกิจการ ส่วนแพลตฟอร์มที่เป็น Marketplace, Search Engine หรือแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 120 วัน พร้อมมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย และต้องประกาศให้ผู้ใช้งานทราบทันทีที่แจ้ง ETDA
06ผู้ขายของออนไลน์ควรเตรียมตัวอย่างไร
- ติดตามประกาศจากแพลตฟอร์มที่ใช้ เช่น นโยบายยืนยันตัวตนผู้ขาย หรือกฎการโฆษณาที่อาจเปลี่ยนแปลง
- ยืนยันตัวตนร้านค้าให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้บัญชีถูกจำกัดการใช้งาน
- ให้ข้อมูลสินค้าที่ถูกต้อง ทั้งราคา คุณสมบัติ และเงื่อนไขการคืนสินค้า
- เก็บหลักฐานการซื้อขาย เพื่อใช้ยืนยันหากมีข้อร้องเรียน
- ถ้ากำลังจะทำเว็บไซต์หรือแอปตัวกลาง ให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายต้องจดแจ้งหรือไม่ตั้งแต่ต้น
07ตรวจสอบตัวเองได้ที่ไหน
ผู้ประกอบการที่ไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายหรือไม่ สามารถทำแบบประเมินตนเองได้ที่เว็บไซต์ของ ETDA (eservice.etda.or.th/dps-assessment) และอ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้จากประกาศของ ETDA
บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจ หากธุรกิจของคุณมีลักษณะเฉพาะ ควรตรวจสอบกับ ETDA หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง ขอบคุณข้อมูลจาก ETDA
ST Design
อยากให้ทีมการตลาดช่วยดูแลธุรกิจของคุณ?
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทีมงานพร้อมรับฟังโจทย์และแนะนำแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

